สรุปวิวัฒนาการ 3G ในประเทศไทย และการเตรียมพร้อมเข้าสู่การประมูล 3G 2100MHz
ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 470MHz, 850MHz, 900MHz,
1.7GHz, 1.8GHz, 1.9GHz และ 2.1GHz ซึ่งจะครอบคลุมการให้บริการในแหล่งชุมชน
ใน 77 จังหวัด 998 อำเภอ 8,860 ตำบล 74,819 หมู่บ้าน
ยุคของคลื่นความถี่ในประเทศไทย จะเริ่มจาก GSM ที่เป็นโทรศัพท์พื้นฐาน โทรออก รับสาย ส่ง SMS
ในยุคต่อจะมีมีการใช้ GPRS และเป็น EDGE ในยุคถัดมา โดยยุคของ EDGE จะถูกเรียกว่าเป็นยุค 2.5G
ถัดมาจะเป็นยุคของการใช้ CDMA เพื่อสนับสนุนการใช้งานระบบ Multimedia มากขึ้น ล่าสุด Truemove
ร่วมมือกับ CAT ให้บริการ TruemoveH ในยุคถัดไปจะมีคลื่นใหม่คือ 2.3GHz และ 2.6GHz
ซึ่งยังไม่มีใครเป็นเจ้าของ ซึ่งตรงนี้คือยุคของ LTE ซึ่งจะเข้าสู่ยุค 4G Candidate ในที่สุด
ในยุคของ 3G การเลือกใช้อุปกรณ์ต้องใช้ให้ตรงกันคลื่นความถี่ และการให้บริการ 2G และ 3G
จะอยู่คนละความถี่ ทำให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจำเป็นต้องนำ อุปกรณ์มือถือมาจำหน่ายเอง
เพื่อให้ใช้งานบนเครือข่ายของตนเองได้ ดังนั้นจะเห็นว่าการประมูลคลื่นความถี่ 3G
นั้นจะเป็นตัวกำหนดอุปกรณ์การใช้งาน
สาเหตุที่ทำให้มีการประมูล 3G บนคลื่นความถี่ 2.1GHz เพราะในตอนนี้ผู้ให้บริการต้องนำคลื่นความถี่มาให้บริการ 3G ก่อน
เนื่องจากใกล้หมดเวลาสัมปทานคลื่นแล้ว และคลื่นความถี่ 2.1GHz นี้เป็นคลื่นความถี่สากลที่ทั่วโลกให้บริการ 3G
นั่นหมายถึงว่าเครื่องรุ่นใดก็สามารถนำมาใช้ได้ และการนำคลื่นความถี่ 2G มาใช้ 3G ส่งผลให้โทรศัพท์ 2G
เริ่มมีปัญหา ดังนั้นการประมูลคลื่น 2.1GHz นับเป็นทางออกที่ดีในการแก้ปัญหานี้
วิเคราะห์วิวัฒนาการของ 3G ในประเทศไทย
เมื่อพูดถึง 3G แล้วนั้นก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดประเทศไทยจึงมีการนำ 3G
มาให้บริการล่าช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านทั้งที่ประเทศไทยมีศักยภาพมากกว่า ปัญหาที่ทำให้ประเทศไทยมี 3G
ช้ากว่าเพื่อนบ้านเป็นเพราะปัญหาหลายอย่างด้วยกัน
ปัญหากฎหมาย กล่าวคือตามกฎหมายจะต้องมีองค์กรอิสระเพียงองค์กรเดียวที่จะควบคุมดูแลและให้สัมประทานคลื่นความถี่
แต่ในขณะนั้นมีเพียง ก.ท.ช. ที่ทำหน้าที่บริหารคลื่นความถี่ แต่ไม่สามารถจักสรรคลื่นความถี่ได้
เนื่องจากอำนาจการจัดสรรคลื่นความที่เป็นของ ก.ส.ช. ดังนั้น จึงต้องรอให้มีการจัดตั้ง กสทช.
ซึ่งเป็นการรวมกันของ กทช. และ กสช. ขึ้นก่อน
ปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อน เดิม TOT กับ CAT เป็นผู้ให้สัมประทานคลื่นความถี่กับ AIS, DTAC และTRUE
เมื่อมีการจัดตั้งองค์กรอิสระ ซึ่งทำหน้าที่บริหารคลื่นความถี่ โดยจำทำหน้าที่แทน TOT และ CAT
และระบบสัมประทานถูกเปลี่ยนเป็นระบบใบอนุญาติ ทำให้ TOT และ CAT
กลายเป็นคู่แข่งขันเหมือนกับผู้ให้บริการรายอื่น ดังนั้นหาก AIS, True และ Dtac
เปลี่ยนไปใช้ 3G จะทำให้ TOT และ CAT ขาดรายได้ที่ได้จาก AIS, DTAC และ TRUE
ซึ่งนับเป็นมูลค่ามหาศาฬเลยทีเดียว
ปัญหาคุณลักษณะของ 3G ซึ่ง 3G เป็นลำดับของขั้นหนึ่งของเทคโนโลยีโทรคมนาคม และวิทยุโทรทัศน์
เนื่องจากความเร็วและการกระจายสัญญาณแบบไร้สายทำให้สามารถ Stream
รายการในรูปแบบโทรทัศน์ได้เช่นกัน ดังนั้นถ้าแจกคลื่นความถี่ 3G
ให้ผู้ให้บริการรายอื่นอาจมีปัญหาฟ้องร้องว่าทำโดยไม่ผ่านองค์กรอิสระ จึงต้องรอ พรบ. กสทช.
ประเทศไทยมีการนำคลื่นความถี่มาใช้งานในการสื่อสาร รวมไปถึงการให้บริการวิทยุโทรศัทน์
มานานแล้วโดยจะแบ่งเป็นยุคและประเภทการใช้งานต่าง ๆ ตามบทความข้างต้น
เราจะเห็นได้ว่าการมีการแข่งขันข้นข้างรุนแรง โดยจะมีการแข่งขันทั้งด้านการให้บริการ
เครือข่ายสำหรับโทรศัพท์พื้นฐาน เครือข่ายสำหรับให้บริการด้านรับส่งข้อมูล
เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นการแข่งขันด้านการรับส่งข้อมูลเริ่มรุนแรงขึ้นผู้ให้บริการจึงพยายาม
ที่จะเหนือคู่แข่งโดยการเพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูล แต่เนื่องจากคลื่นความถี่ที่ใช้มีจำกัด
จึงนำเทคโนโลยี 3G มาใช้งานบนคลื่นความที่สำหรับ 2G เป็นเหตุให้ในบางครั้งผู้ใช้บริการประสบปัญหา
ในการใช้งานโทรศัพท์ อีกทั้ง คลื่นความถี่ 2.1 GHz เป็นคลื่นความถี่มาตรฐานซึ่งมีใช้กันทั่วโลก
ทำให้อุปกรณ์ที่รองรับการใช้งานระบบ 3G ที่ความถี่ 2.1 GHz หาได้ทั่วไปไม่จำเป็นต้องสั่งทำเป็นพิเศษ
ทำให้ต้นทุนที่ต้องเกิดขึ้นจากการปรับแต่งอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้งานหมดไป และเหตุผลที่กล่าวมาแล้วนั้นเป็นเหตุผลให้
ผู้ให้บริการรายใหญ่จ้องที่จะประมูลคลื่นความถี่ 2.1GHz ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้
การเตรียมพร้อมสำหรับการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 GHz สำหรับ 3G ประเทศไทย
ในช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์
และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้จัดให้มีการตรวจสอบคุณภาพและ
มาตรฐานการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร
โดยการตรวจสอบครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3
เจ้าเข้าร่วมรับฟังผลการตรวจสอบเพื่อที่จะนำไปพัฒนาคุณภาพการให้บริการต่อไป
ผลการตรวจสอบพบว่าภาพรวมทั้งด้านความแรงของสัญญาณ การให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่
และการเข้าถึงข้อมูลอยู่ในเกณฑ์ดีแต่ในการใช้งานจริงอาจมีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
การแก้ปัญหาการให้บริการที่ถูกต้องคือการประมูลคลื่นความถี่ 2.1GHz หรือ
คือการสร้างถนนใหม่ซึ่งจะมีแผนการดำเนินการในเดือนตุลาคม
นับเป็นการเปิดให้มีการสร้างโครงข่ายโทรคมนาคมที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ
ที่มาของข้อมูล
ข้อมูลจากสไลด์ของ ร้อยโท ดร.เจษฎา ศิวรักษ์ เลขานุการรองประธาน กสทช.
http://www.it24hrs.com/2012/thailand-3g-2100-mhz/
http://www.ryt9.com/technology/tag/3G/
http://y33.wikidot.com/3g